สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ไทย/เวียงจันทน์
Office of the Defence Attache'   Royal Thai Embassy , Vientiane , Lao P.D.R.

*****พัฒนาสัมพันธ์  ไทย-ลาว*****พัฒนาสัมพันธ์  ไทย-ลาว*****พัฒนาสัมพันธ์ ไทย-ลาว*****พัฒนาสัมพันธ์  ไทย-ลาว*****พัฒนาสัมพันธ์ ไทย-ลาว*****


โครงการในพระราชดำริ

1. โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว ขึ้น
ตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานของ ฯพณฯ ไกสอน พมวิหาน ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ซึ่งได้มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จังหวัดสกลนคร
อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี 2535 ทำให้เกิดความประทับใจ
และประสงค์จะให้มีโครงการด้านการพัฒนาในลักษณะเดียวกันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้วก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2537
นับเป็นโครงการในพระราชดำริแห่งแรกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่เมืองนาซายทอง นครหลวงเวียงจันทน์


กิจกรรมการดำเนินงานหลัก ได้แก่   1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ไฟฟ้า น้ำประปา ในพื้นที่
2) การพัฒนาแหล่งน้ำ อาทิ การสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซอน การสร้างฝายห้วยซั้ว  3) การพัฒนาที่ดิน   4) การพัฒนาด้านวิชาการการเกษตร
5) งานด้านการปศุสัตว์   6) งานด้านการประมง และ   7) งานด้านการพัฒนาวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา นอกจากศูนย์ฯ จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ในเขตโครงการ
ช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาด้านการเกษตรแล้ว โครงการศูนย์ฯ ยังได้พัฒนาขึ้นเป็นองค์ความรู้ด้านการเกษตรแก่ท้องถิ่น
มีการจัดฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงและจากทุกแขวงใน สปป.ลาว
เป็นที่ยอมรับจากทั้งภาคนำและประชาชนว่าเป็นศูนย์บริการด้านการเกษตรที่ครบวงจร ในโอกาสที่ศูนย์ฯ ดำเนินการครบ 15 ปีในปี 2552
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯ ทรงเปิดฝายห้วยซั้วเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552

ปัจจุบัน โครงการศูนย์ฯ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของแผนกกสิกรรมและป่าไม้ นครหลวงเวียงจันทน์
โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

2. โครงการส่งเสริมกิจกรรมโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า (หลัก 67) แขวงเวียงจันทน์

โรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้าก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2519 โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาวกับองค์กรการกุศลจากประเทศต่างๆ
เพื่อรองรับเด็กกำพร้าสมัยสงครามที่มีก่อนปี 2518 เด็กขาดที่พึ่ง และเด็กจากครอบครัวยากจนทั่วประเทศ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณที่จะดำเนินการ
ส่งผลให้นักเรียนขาดแคลนที่พัก อาหาร และน้ำ เพื่อการอุปโภคและบริโภค และเป็นโรคขาดสารอาหาร

ในการเสด็จฯ เยือน สปป.ลาวครั้งแรกของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 15 - 22 มีนาคม 2533
ได้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน 12 ล้านกีบ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เมษายน 2552 1 บาทเท่ากับประมาณ 242 กีบ)
พระองค์จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้นำเงินดังกล่าวไปก่อสร้างเรือนนอนให้แก่โรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า
โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบเพิ่มเติมอีก 10 ล้านกีบ เพื่อใช้ก่อสร้างเรือนนอน ซึ่งได้พระราชทานชื่อว่า “อาคารสิรินธร”
และใช้ส่งเสริม งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำริที่จะช่วยเหลือนักเรียนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
จึงได้ทรงให้จัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรมของโรงเรียนขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น
ระบบน้ำประปา การสร้างอาคารเรือนนอน อาคารเรียน 2) กิจกรรมด้านการโภชนาการและสุขอนามัย 3) กิจกรรมด้านการส่งเสริมอาชีพ และ 4)
กิจกรรมด้านการเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตร

ปัจจุบัน กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนอยู่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โดยความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

3. โครงการฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับบุคลากรทางการแพทย์จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือน สปป.ลาวอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี
พร้อมกับได้พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลแขวงต่างๆ ตามความต้องการของโรงพยาบาล
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล และด้วยทรงตระหนักว่าสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ
และการพัฒนางานการแพทย์และสาธารณสุขจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญ
รวมทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ทันสมัย จึงโปรดเกล้าฯ
ให้จัดการฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับบุคลากรทางการแพทย์จาก สปป.ลาว ในหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการรักษาพยาบาล และเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรของทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์
และประสานความร่วมมือกันในการพัฒนางานการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป
ปัจจุบัน การดำเนินงานของโครงการฯ อยู่ภายใต้การรับผิดชอบของสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

4. โครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเจ้าแขวงจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงตระหนักว่าผู้นำที่อยู่ในท้องถิ่นเป็นบุคคลสำคัญที่จะผลักดันให้งานพัฒนาด้านต่าง ๆ
ประสบความสำเร็จ ซึ่งใน สปป.ลาว “เจ้าแขวง” เป็นผู้ที่มีความสำคัญ มีประสบการณ์สูงในการพัฒนาประเทศ
ดังนั้นหากมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเจ้าแขวงกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศไทย
ก็จะทำให้งานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนของทั้งสองประเทศดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารีจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนิน
“โครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเจ้าแขวงจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ขึ้น

โครงการฯ นี้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยเชิญเจ้าแขวง และผู้แทนหน่วยงานระดับแขวง และส่วนกลางที่ดูแลด้านการพัฒนาไปศึกษาดูงาน
ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนา และการบริหารราชการกับผู้แทนหน่วยงานในประเทศไทย โดยได้เชิญเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์
และเจ้าแขวงจากทุกแขวงทั่ว สปป.ลาว เข้าร่วมโครงการครบทุกแขวงแล้วในปี 2551

การดำเนินงานของโครงการฯ อยู่ภายใต้การรับผิดชอบของสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

5. โครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง
“มูลนิธิชัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยจำปาสัก”

ด้วยมหาวิทยาลัยจำปาสักแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ขอพระราชทานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยจำปาสัก เกี่ยวกับงานด้านวิขาการเกษตร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงมีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงาน
“โครงการจัดตั้งแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน” ขึ้นภายในมหาวิทยาลัยจำปาสัก
ซึ่งได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2550   กิจกรรมภายใต้โครงการประกอบด้วย  1) งานด้านการพัฒนาที่ดิน          
2) งานด้านชลประทาน   3) งานด้านปศุสัตว์    4) งานด้านประมง    5) งานด้านการเกษตร  
6) งานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างอาคาร หอพักนักศึกษา  และ 7) งานด้านการเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการการเกษตร  
หน่วยงานรับผิดชอบหลักของโครงการ ได้แก่ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา
โดยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต
กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์

6. การพัฒนาบุคลากรของหอสมุดแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุกาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมทางวิชาการในสาขาวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์
เนื่องจากงานด้านห้องสมุดเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาด้านการศึกษา จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้บุคลากรจากหอสมุดแห่งชาติแห่ง สปป.ลาว
ไปศึกษาต่อในสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ รวมถึงการฝึกอบรมในสาขาที่เกี่ยวข้อง ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในระยะเริ่มต้น แต่ต่อมารัฐบาลไทยได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือในสาขาดังกล่าว
และเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของพระองค์ท่าน จึงได้รับดำเนินโครงการดังกล่าวภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการไทย – ลาว
ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ทั้งนี้ นอกจากโครงการที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังมีโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานความช่วยเหลืออื่น ๆ อีก
ได้แก่ การพระราชทานอุปกรณ์ที่จำเป็นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการพัฒนา และการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ เช่น
โครงการฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนด้านการเกษตร  โภชนาการและสุขอนามัย สำหรับครู
จากแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ   และโครงการอบรมครูจากแขวงสะหวันนะเขต เป็นต้น

1 2 3 4 5 6 กลับหน้าหลัก