สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ไทย/เวียงจันทน์
Office of the Defence Attache'   Royal Thai Embassy , Vientiane , Lao P.D.R.

***** รู้เรื่องเมืองลาว ***** รู้เรื่องเมืองลาว ***** รู้เรื่องเมืองลาว ***** รู้เรื่องเมืองลาว ***** รู้เรื่องเมืองลาว ***** รู้เรื่องเมืองลาว *****


เบียร์ลาว

ที่มาของภาพ : www.phou-sing.dk/


                 “เบียร์ลาว เบียร์ของคนลาว  เบียร์ของคนจริงใจ” เป็นวลีที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์เบียร์ลาว   ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสความนิยม และความภาคภูมิใจ   ส่งผลให้ เบียร์ลาว ได้ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 99% ของตลาดเบียร์ในสปป.ลาว นอกจากนี้ยังส่งออกไปยัง 14 ประเทศ คือสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ กัมพูชา  เวียดนาม  ไทย อังกฤษ รัสเซีย  สวิสเซอร์แลนด์  อิสราเอล  เยอรมันนีและจีน  ความต้องการของตลาดเบียร์ลาวขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี  ดังนั้นจึงต้องสร้างโรงงานผลิตเบียร์ลาวแห่งที่ 2  ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก   รายได้ของการจำหน่ายเบียร์ลาวมีมูลค่าประมาณปีละ 2 ล้านล้านกีบ หรือ 7,874 ล้านบาท หรือ 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เบียร์ลาว กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นสินค้าระดับสากล เพื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้น  สปป.ลาว มีแผนจะเปิดตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2010 ( กำหนดการจะเปิดในวันที่ 10 ตุลาคม 2553 )
                ท่าน กิดสะหนา วงไซ   ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทิเบียร์ลาว ได้ให้สัมภาษณ์ กับนิตยสาร ผู้จัดการ 360º เกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัทเบียร์ลาวว่า " ธุรกิจเบียร์ลาว เริ่มต้นในปี ค.ศ.1972 ซึ่งอยู่ในช่วงที่อยู่ใต้การปกครองของประเทศฝรั่งเศส โดยนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสได้ร่วมทุนกับคนลาวเชื้อสายจีน ด้วยเงินลงทุน 3.75 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ แบ่งการถือหุ้น ฝ่ายฝรั่งเศส 85% ฝ่ายลาว 15% ตั้งโรงงานเบียร์ที่หลักกิโลเมตรที่ 12  ถนนท่าเดื่อ  เมืองหาดทรายฟอง  นครหลวงเวียงจันทน์  ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกับโรงงานในปัจจุบัน  ภายใต้ชื่อ " โรงงานเหล้า เบียร์และน้ำก้อนลาว" เปิดการผลิตครั้งแรกในปี ค.ศ.1973  ด้วยกำลังการผลิต  3 ล้านลิตร ต่อปี ชื่อการค้าของเบียร์ ชื่อแรก คือ ลารู ( La Rue ) เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "ถนน" ต่อมาในปี ค.ศ.1977 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ 2 ปี โรงงานแห่งนี้ตกเป็นของรัฐบาล สปป.ลาว โดยการซื้อหุ้นคืนมาทั้งหมด ผลการผลิตไม่ค่อยประสบความสำเร็จ  จนกระทั่งปี ค.ศ.1981 รัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูกิจการใหญ่ๆ ใน สปป.ลาว โดยส่งผู้ที่ผ่านการศึกษาระดับสูง โดยเฉพาะผ่านการศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ในการพัฒนา  มีการเปลี่ยนชื่อการค้าจาก ลารู เป็น เบียร์ลาว ได้รับการตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ ในปี ค.ศ.1993 รัฐบาล สปป.ลาว ต้องการขยายกิจการ จึงเชิญนักลงทุนจากประเทศไทย ได้แก่ บริษัทล๊อกซเลย์ และบริษัทอิตัลไทยมาร่วมหุ้น โดยรัฐบาล สปป.ลาว ถือหุ้น 49% และให้ทั้งสองบริษัทถือหุ้นรวมกัน 51% เมื่อได้รับเงินทุนและความรู้ด้านกระบวนการจัดการช่วยให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด   ในปี ค.ศ.2002  มีการเปลี่ยนแปลงผู้ร่วมลงทุนและการถือหุ้น โดยรัฐบาล สปป.ลาว ถือหุ้น 50% บริษัททีซีซี ของนายเจริญ สิริวัฒนภัคดี ถือหุ้น 25% และบริษัทคาร์ลสเบอร์กของประเทศเดนมาร์ก ถือหุ้น 25%  ในปี ค.ศ.2005 มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นอีกครั้ง  โดยรัฐบาล สปป.ลาว ถือหุ้นกับบริษัทคาร์ลสเบอร์ก ฝ่ายละ 50% จนถึงปัจจุบัน"  
                 ผู้ที่นำเบียร์ลาวเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยคือ นายพงษ์ศักดิ์ สกุลคู หรือเจ้าของในกลุ่มธุรกิจ "เจียงกรุ๊ป" หนึ่งในธุรกิจคือ ห้างบิ๊กเจียง จ.หนองคาย ซึ่งปัจจุบันห้างเทสโก้-โลตัส ได้มาขอเช่าพื้นที่ติดกับห้างบิ๊กเจียง ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ชาวลาวมาจับจ่ายใช้สอยนำเงินเข้าประเทศไทยปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท
                 คนไทยมักอ่าน คำว่า  "เบยลาว" (เขียนแบบภาษาลาว) ว่า "เขยลาว" แล้วนำมาพูดติดตลก  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ  เพราะถ้าคนลาวได้ยิน จะรู้สึกว่าภาษาลาวถูกนำมาพูดล้อเลียน เสียความสัมพันธ์ที่ดี      
  

1 2 3 เกี่ยวกับลาว (About Laos) กลับหน้าหลัก (Main )